OUR FACILITIES

Boon-Anand Hall

โถงบุญอนันต์

The name Sala Sudasiri Sobha was granted by the permission of M.R. Sunida Kitiyakara who is the only daughter of  Than Mae. She kindly contributed the first portion of construction cost. When you first enter the building, you will be in the entrance hall ,”Boon-Anand”, which is a combination of my parents’ name, my mother Boonyuen and my father Anand. It was through their love that I was able to advance to each success step by step. Through this entrance hall you will go up the stairs to the second floor.

เมื่อเข้าถึงศาลาในโถงบันไดนั้นชื่อว่า โถง “บุญอนันต์” (คุณพ่ออนันต์-คุณแม่บุญยืน) เป็นที่ระลึกถึงคุณพ่อคุณแม่ของผมผู้สร้างโอกาสอันดี ทำให้ผมมีพื้นฐานของชีวิตที่อบอุ่น จากโถงนี้ผมจึงมีโอกาสขึ้นบันไดก้าวสู่ความสำเร็จต่างๆ ได้ คุณแม่เป็นผู้ให้กำลังใจผมเสมอด้วยรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก สมัยเด็ก คุณแม่จะนั่งข้างๆ ฟังผมซ้อมเปียโน ฟังผมเล่นถวายพระเจ้าที่คริสตจักรด้วยความสุข คุณแม่ทำให้ผมรู้จักว่าจะทำให้คนอื่นมีความสุขด้วยเสียงเพลงของเราอย่างไร คุณพ่อนั้นคอยดูแลทุกๆ วันที่ไปเรียนเปียโน พาไป รับ-ส่ง คอยตามใจทุกอย่าง คุณพ่อไม่เคยดุผมเลย สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณแม่สอนผมคือ

 

“ ลูกต้องให้พระเจ้าเป็นที่หนึ่งในชีวิต”

Ladawan

VIP Room

ห้องลดาวัลย์

The very front room on the right is a VIP room named “Ladawan”. Khun Ladawan Mojdara is like another mother to us. Her mother was a very close friend of my mother. She knew me since I was born and was the one who encouraged Sugar & I to get married.  She helped organizing some of my important recitals before we got married. When we started our business, she always gave us many valuable advices. She was considered to be a leading successful business woman in Thailand. She would always emphasize us to serve God and attend church service on every Sunday.

Duangduen Reception Hall

ห้องดวงเดือน

To the left of the entrance hall is  “Duangduen Room” named after Chao Mae, bearing her emblem on the wall with her surname “Na Chiangmai”, Chao Mae is one of  the last Princesses of Lanna Kingdom. She was so kind to give us all the teak wood and rose wood from her old houses. We treasure the teak wood floor of the Sala , the Stairs, the doors and windows which form all important parts of this Sala. 

ในศาลาฯ ประกอบด้วยห้องสำคัญๆ ซึ่งมีความหมายกับชีวิตของผมมาก เมื่อปี 2544 เจ้าแม่ (เจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่) เจ้าแม่ของคุณน้ำตาลได้ให้ไม้สักเก่ามาเก็บไว้จำนวนหนึ่งแล้ว ครั้นถึงเวลาก่อสร้างศาลาฯจริงๆ ไม้เหล่านี้ยังไม่พอ เจ้าแม่จึงเมตตาให้ไม้ที่ยังเหลืออยู่จากม่อนดวงเดือนมาสมทบ ทำให้เรามีบันไดและพื้นชั้นบนทั้งหมดเป็นไม้สักและไม้ประดู่ ห้องจัดเลี้ยงชั้นล่างของศาลามีตราของเจ้าแม่และให้ชื่อห้องนี้ว่า ห้อง“ดวงเดือน” ห้องนี้จะเป็นห้องที่เราจะมีความสุขสำราญในการรับประทานอาหารและสังสรรค์กันได้เต็มที่ และยังสามารถเป็นห้องจัดนิทรรศการต่างๆ ได้ด้วย ในฐานะลูกเขย เจ้าแม่คอยให้กำลังใจและให้พรทุกครั้งที่ได้พบกัน

 

เจ้าแม่สอนให้มีความสำนึกในหน้าที่ต่อแผ่นดินและต้องมีความกตัญญู

 

Pantipa Room

ห้องพันทิภา

The first flight of the stairs stops in front of “Pantipa room”.  Kru (teacher) Pantipa was my dearest piano teacher who taught me from Grade 8 until I obtained the FTCL (the highest diploma of Trinity College of Music London which took place in Bangkok).  She knew my playing better than anyone else and I loved her very much. This room is dedicated to her. It is a room with two grand pianos suitable for rehearsing piano concerto or small ensemble, it can be a good room for vocal training as well.  Kru Pantipa always told me that

 

“To master the art of piano playing is not enough, one needs to have the virtue as the master of your soul as well”.

ด้านหน้าของศาลาก่อนเข้าโถงบันไดด้านขวาทางทิศเหนือจะเป็นห้องเล็กๆ เป็นห้อง VIP ชื่อห้อง “ลัดดาวัลย์” ชื่อห้องนี้ตั้งเพื่อเป็นที่ระลึกถึง “ป้าเดีย” (คุณลดาวัลย์ โมชดารา) ป้าเดียเป็นเหมือนอีกแม่หนึ่งของเรา ท่านเห็นผมแต่เล็กๆ คุณแม่ท่าน (คุณพุดซ้อน โมชดารา) สนิทกับคุณแม่ผมมาก ป้าเดียเป็นคนเชียร์ให้เราแต่งงานกัน ท่านเป็นผู้แนะนำสอนเรื่องการทำงาน การทำธุรกิจ และเรื่องการเงิน เมื่อเราตั้งโรงเรียนใหม่ๆ มีอะไรเราปรึกษาท่านเสมอ

ป้าเดียจะย้ำเราให้ทำงานรับใช้พระเจ้าและไม่ให้ขาดการไปโบสถ์

 

 

จากห้องโถงเมื่อขึ้นบันไดไปจะเห็นภาพ"ท่านแม่"วาดโดย อาจารย์จักรพันธ์  โปษยกฤษณ์ อยู่หน้าห้อง “พันทิภา”  ครูพันทิภาเหมือนอีกแม่หนึ่งของผม ผมรักครูมากเหลือเกิน ผมมีความผูกพันกับครูอย่างแน่นแฟ้นจริงๆ ครูรู้จักตัวผมและการเล่นของผมดีกว่าใครๆ  ครูจะดูแลใกล้ชิดเวลาแสดงเสมอ สิ่งที่ครูพร่ำสอนคือ เป็นคนเก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องเป็นคนดีด้วย ห้องแสดงเล็กนี้จึงอุทิศให้ครู ห้องพันทิภาจะมี

แกรนด์เปียโน 2 หลัง เอาไว้ฝึกเล่น concerto หรือ 2 pianos ไว้ทำ masterclass หรือสอนเครื่องดนตรีอื่นๆ หรือร้องเพลงก็ได้ ชั้นบนเป็นชั้นลอยใช้เป็นห้องนอนไว้รับรองศิลปินรับเชิญที่จะมาแสดงหรืออัดเสียงในศาลาฯ

 

"เป็นคนเก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องเป็นคนดีด้วย"

Sala Sudasiri Sobha Hall

The main room is “Sala Sudasiri Sobha Hall ”.  In front of the hall is a little foyer, you will see Than Mae’s Portrait painted by Ajarn Chakrabhand Posayakrit, our National Artist. Then you are in the Sala Sudasiri Sobha Hall which is 16 metres long, 8 metres wide and 8 metres high. The main floor has 140 seats and the balcony has 40 seats. At the front of the balcony is the emblem of Than Mae. The stage is on the east side with a high window. So on a full moon night, the audience could see the moon as the backdrop! I wish Than Mae could be with us today to witness the beautiful music in her own hall. She might enjoy doing some recordings also! 

ห้องใหญ่สุดก็คือ “ศาลาสุทธสิริโสภา” มีอักษรย่อพระนามท่านแม่ติดอยู่กลางห้อง ซึ่งออกแบบโดยพี่โย (คุณญาณี  ตราโมท) มีชั้นลอยจุได้ 50 ที่นั่ง ส่วนพื้นชั้นล่างจุได้ 130 ที่นั่ง รวมเป็น 180 ที่นั่ง

© 2012 Sala Sudasiri Sobha. Last updated: June 19, 2019